3D Food Fabrication

About

การพิมพ์สามมิติเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถผลิตสิ่งของต่างๆ ได้ในระดับครัวเรือน โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังทำให้เราสามารถออกแบบสิ่งของต่างๆในรูปแบบที่ตัวเองต้องการ วัสดุที่ใช้ขึ้นรูปสามมิติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือพลาสติกและพอลิเมอร์เรซิ่น แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาการพิมพ์สามมิติให้รองรับวัสดุที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เซรามิค ปูน หรือโลหะ โดยอาหารเองก็สามารถนำมาขึ้นรูปสามมิติได้อีกด้วย

จะเกิดอะไรขึ้น หากเราสามารถผลิตอาหารผ่านกระบวนการพิมพ์สามมิติ?

Freak Lab ต้องการค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติเพื่อผลิตอาหาร โดยทำงานแบบสหสาขา ทั้งการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์อาหาร การวิจัยหาสูตรสำหรับวัตถุดิบอาหาร การออกแบบอาหาร รวมไปถึงการนำเสนออาหารเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ โดยการพิมพ์อาหารสามมิตินั้นมีข้อดีที่แตกต่างจากการประกอบอาหารปกติดังนี้

  1. การควบคุม – เนื่องจากเป็นการผลิตอาหารด้วยเครื่องจักร จึงสามารถควบคุมปริมาณต่างๆได้อย่างแม่นยำ ทั้งปริมาณอาหาร หรือ สารอาหาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำ เช่น การควบคุมสารอาหารสำหรับผู้ป่วย การควบคุมปริมาณอาหารต่อมื้อในอวกาศ หรือ การควบคุมปริมาณสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก นอกจากนั้นการควบคุมอย่างแม่นยำทำให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตต่อหน่วยบริโภคได้
  2. ศิลปะ – การพิมพ์สามมิติต้องอาศัยการออกแบบจากคอมพิวเตอร์ (Computer-Aid Design: CAD) ซึ่งสามารถสร้างศิลปะรูปแบบใหม่ในอาหารได้ ทั้งการทำลวดลายที่มีความซับซ้อน หรือ การพิมพ์เป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหาร สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสร้างเป็นจุดเด่นสำหรับธุรกิจอาหารที่นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้
  3. ระบบอัตโนมัติ – การพิมพ์สามมิติเป็นการใช้ระบบอัตโนมัติ ช่วยในการลดจำนวนคนในการผลิตที่ซ้ำซาก ทำให้มนุษย์มีเวลาไปทำสิ่งที่สร้างสรรค์มากขึ้น เช่น การออกแบบอาหาร ออกแบบการรับประทาน หรือ การค้นหารสชาติใหม่ๆ

Team